ขั้นตอนการทำพิธีรดน้ำสังข์และพิธีส่งตัวเจ้าสาว

    แบ่งปัน
    ตอนที่ 8 พิธีรดน้ำสังข์

    พิธีรดน้ำหรือหลั่งน้ำสังข์นี้ จะกระทำหลังจากที่คู่บ่าวสาว มีการทำบุญตักบาตร และถวายปัจจัยไทยธรรมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อถึงฤกษ์รดน้ำสังข์ พระสงฆ์ผู้เป็นประธานในพิธี จะทำการเจิมหน้าผากให้แก่คู่บ่าวสาว ซึ่งพระผู้ทำหน้าที่เป็นประธานในพิธีนั้น อาจจะใช้ปลายด้ามเทียน แตะแป้งเจิมหน้าผากเจ้าสาว หรือจับมือของเจ้าบ่าวแตะแป้งเจิม หน้าผากเจ้าสาวก็ได้เช่นกัน

    หลังจากการเจิมเสร็จเรียบร้อยแล้วขั้นตอนต่อไป จึงมีการสวมมงคลแฝดให้คู่บ่าวสาวคนละด้านมีสายโยงห่างกันราว 2 ศอกเพื่อความสะดวกส่วนปลายของสายมงคลจะโยงมาพันที่บาตรน้ำมนต์และหางสายสิญจน์พระสงฆืจะส่งกันไปโดยจับเส้นไว้ในมือ จนถึงองค์สุดท้ายก็วางกลุ่มด้ายสายสิญจน์ ไว้ในพาน แต่ถ้าหากเป็นการรดน้ำในตอนเย็นก็จะมีเพียง สายมงคลแฝด ไม่มีสายโยง แต่ตามธรรมเนียมโบราณจะต้องมีสายโยงไปยังบาตรน้ำมนต์ เพื่อให้พระสงฆ์ได้สวดเจริญพระพุทธมนต์

    ในขณะที่ทำพิธีมงคลรดน้ำหรือรดน้ำสังข์นั้น คู่บ่าวสาวจะต้องไปนั่งสถานที่ที่เตรียมไว้ มีหมอนรองมือ พานรับน้ำสังข์ ส่วนเพื่อนเจ้าบ่าว เจ้าสาวทำหน้าที่ให้กำลังใจด้านหลัง

    เกี่ยวกับเรื่องความเชื่อของเพื่อนเจ้าสาว ควรเลือกคนที่มีอายุน้อยๆหรือใกล้เคียงกับอายุของบ่าวสาว และอยู่ในช่วงที่ใกล้มีโครงการแต่งงานในเร็วๆนี้ เพราะหาก หาเพื่อนเจ้าสาวที่ยังโสด ก้อาจจจะกลายเป็นเพื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาวตลอดไป ไม่มีโอกาสได้เป็นตัวจริงเสียที แต่ทั้งนี้อาจจะเป็นกุศโลบายที่ว่า ต้องการให้ผู้ที่ใกล้จะเข้าพิธีแต่งงานได้มาเตรียมตัวรัับรู้ขั้นตอนพิธีต่างๆ เมื่อถึงคราวงานของตัวเองจะได้ไม่ต้องรู้สึกเคอะเขิน

    ตอนที่ 9 พิธีปูที่นอนและส่งตัวเจ้าสาว

    พิธีส่งตัวเจ้าสาวมักทำในช่วงเวลากลางคืน แต่ถ้าหากมีการกินเลี้ยงในช่วงค่ำหรือในช่วงเย็น อาจจะต้องเลิกงานก่อนฤกษ์ส่งตัวเล็กน้อย เพื่อที่คู่บ่าวสาวจะได้มีเวลาเตรียมตัว ในคืนส่งตัวเจ้าสาวนั้น จะมีพ่อแม่ของเจ้าบ่าว เจ้าสาว และแขกผู้มีเกียร์ติ เป็นคู่สามีภรรยาที่แต่งงานกันมางาน มาทำพิธีปูที่นอนในห้องหอหรือเรือนหอ ผู้ที่ได้รับเลือกต้องเป็นคู่มี่อยู่กินกันมานานจนแก่เฒ่าฐานนะดี และมีลูกหลานที่เลี้ยงง่ายและลูกๆยังมีชีวิตอยู่ทุกคน

    การทำพิธีปูนอน ในปัจจุบันอาจทำเป็นพอเป็นพิธี โดยมากก่อนวันแต่งงานได้มีการเตรียมไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเมื่อถึงฤกษ์เรียงเคียงหมอน ผู้ทำหน้าที่ใฝ่ายชายก็ล้มตัวนอนไปทางขวา ฝ่ายหญิงนอนทางซ้ายเป็นการนอนเอาเคล็ด

    ส่วนสิ่งของอันเป็นมงคลที่ใช้ในการส่งตัวเจ้าสาว ได้แก่ ฟักเขียว แมวตัวผู้สีขาว มีมีการทาแป้งเครื่องหอมไว้ทั้งตัว ถั่วทอง เมล็ดงา ข้าวเปลือก อย่างละหยิบมือห่อผ้าไว้ในพาน ขั้นตอนต่อไปผู้ที่ทำหน้าที่ปูนอนจะวางของเหล่านี้วางบนที่นอนพร้อมกับแมว และกล่าวถ้อยคำอันเป็นมงคล แล้วนอนลงพอเป็นพิธีแล้วจึงลุกขึ้นพร้อมกับกล่าวคำว่า ขอให้เย็นเหมือนฟัก หนังแน่นเหมือนแฟง ให้อยู่เรือนเหมือนก้อนเส้า ให้เฝ้าเรือนเหมือนแมวคราว
    ก้อนเส้าคือหินเตาไฟสำหรับหุงต้มในสมัยโบราณ แต่เนื่องจากเห็นว่า มีคราบเขม่าสีดำสกปรกง่ายจึงเปลี่ยนมาเป็นหินบดยาแทน ส่วนแมวนั้นถือว่าเป็นสัตว์ที่เชื่องเหมือนกับผู้ที่ได้ผ่านการฝึกอบรมแล้ว และถือว่าเป็นสัตว์มงคล แมวคราวคือแมวตัวผู้ที่มีอายุมากมักนอนหลับเฝ้าเรือนไม่ออกไปไหน

    ตอนที่ 10 การส่งตัวเจ้าสาว

    เมื่อผู้ทำหน้าที่ปูนอนลุกแล้ว ก็จะทแสดงท่าทางแสร้งทำว่าเป็นตื่นนอน และฝ่ายหญิงก็จะกล่าวในเรื่องที่เป็นมงคล สิ่งที่ดีงาม ฝ่ายชายก็พูดปลอบขวัญแล้วพากันลูกออกไป จากนั้นเฒ่าแก่ของทั้งสองฝ่ายจึงพาคู่บ่าวสาวไปยังที่นอน พ่อแม่ของฝ่ายหญิงนำเจ้าสาวมาส่งให้เจ้าบ่าว พร้อมทั้งฝากฝังให้ช่วยดูแล และอาจจะกล่าวว่า เจ้าสาวยังเด็ก อาจจะต้องให้ช่วยดูแล หรืออาจจะไม่รู้เรื่องการเรือนมากเท่าไหร่ หากมีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง ก็ขอให้ช่วยกันดูแล

    จากนั้นก็จะเป็นการอบรมการการครองเรือนจากพ่อแม่ของฝ่ายเจ้าบ่าวและฝ่ายเจ้าสาว พร้อมทั้งให้ทั้งคู่ล้มลงนอนบนที่นอน ให้ เจ้าสาวนอนซ้าย เจ้าบ่าวนอนขวา และให้เจ้าสาวกราบอกเจ้าบ่าวเพื่อความเป็นสิริมงคล เพราะถือว่าสามีเป็นผู้ให้ความดูแลคุ้มครองดูแล ส่วนสาเหตุที่ให้เจ้าบ่าวนอนขวานั้นเหตุเพราะอยู่ใกล้ประตูหากมีเหตุอะไรเกิดขึ้นมาจะได้ลุกได้ทัน

    เมื่อคู่บ่าวสาวนอนลงบนเตียงเรียบร้อยแล้ว พ่อแม่ของทั้งคู่ก็จะออกจากห้องไป จากห้องหอ เพราะถือว่าทำพิธีส่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนบ่าวสาวจะนอนหรือจะทำกิจวัตรอื่นๆ เช่นแกะห่อของขวัญ เก็บของใช้อื่นๆ ก็แล้วแต่ความสะดวกต่อไป

    ขอบคุณรูปภาพจากร้าน Mittaneeyawedding

    Comments